ค่าธรรมเนียมขายของออนไลน์ 2569 ของ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ปรับขึ้นหลายรอบจนบางหมวดโดนหักเพิ่มกว่า 20% ของอัตราเดิม เจ้าของร้านที่ยอดขายเท่าเดิมจึงกำไรลดลงโดยไม่รู้ตัว…
เจ้าของร้านค้าออนไลน์คงรู้สึกมาสักพักแล้วว่า ค่าธรรมเนียมขายของออนไลน์ 2569 ขยับขึ้นถี่กว่าปีก่อนๆ มาก อย่าง Lazada เพียงแพลตฟอร์มเดียว ค่าคอมมิชชันมาร์เก็ตเพลส (MSF) หมวดแฟชั่นของร้านทั่วไปขยับจาก 13.91% ขึ้นไปแตะ 17.12% ภายในปี 2569 ปีเดียว หรือเพิ่มขึ้นกว่า 20% ของอัตราเดิม (afterfee.com) แม้ยอดขายจะเท่าเดิม แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแบบนี้ก็ทำให้กำไรหายไปเงียบๆ แบบไม่รู้ตัว ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีหรือการจัดการทั่วไป แต่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์มที่คุ้มค่าที่สุด บทความนี้จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพชัดเจนว่า อะไรคือตัวแปรสำคัญที่ควรคำนึงถึง และวิธีจัดการกับค่าธรรมเนียมที่ส่งผลต่อรายได้โดยตรง ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คืออนาคตของธุรกิจคุณ
ค่าธรรมเนียมขึ้นเมื่อไหร่ เท่าไหร่ — สรุป Shopee/Lazada/TikTok Shop ปี 2569 ฉบับเจ้าของร้าน
เจ้าของร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Shopee, Lazada และ TikTok Shop อาจรู้สึกว่า "ค่าธรรมเนียมขายของออนไลน์ 2569" ขยับขึ้นอย่างน่าตกใจ แม้ยอดขายจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่กำไรกลับหายไปจากค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ปรับหลายรอบในปี 2569 ทั้งสามแพลตฟอร์ม
Shopee เก็บค่าคอมมิชชัน (รวม VAT) อยู่ที่ 7.49-14.98% สำหรับร้านทั่วไป และ 5.35-17.12% สำหรับ Shopee Mall ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า บวกค่าธุรกรรม (Transaction Fee) อีก 3.21% ของยอดขาย และในปี 2569 มีการปรับขึ้นค่าคอมมิชชันราว 2% ก่อน VAT (ประมาณ 2.14% รวม VAT) ในสินค้าส่วนใหญ่ (khummai.com)
Lazada ปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมขึ้นถึง 3 รอบในปี 2569 — ครั้งแรก 1 พฤษภาคม ครั้งที่สองราวปลายมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคม และครั้งล่าสุด 1 สิงหาคม ทำให้ค่าคอมมิชชันมาร์เก็ตเพลส (MSF) ของร้านทั่วไปขยับจากช่วง 5.89-14.98% ไปอยู่ที่ 5.89-17.12% ส่วน LazMall แตะสูงสุดที่ 18.73% เมื่อรวมค่าธรรมเนียมการชำระเงิน (Payment Fee) อีก 3.21% แล้ว ร้านทั่วไปจึงถูกหักรวมสูงสุดราว 18.73-20.33% ของยอดขาย (afterfee.com)
TikTok Shop ใช้ค่าคอมมิชชันแยกตามหมวดสินค้าเช่นกัน แฟชั่นอยู่ที่ราว 9.63% อิเล็กทรอนิกส์หลักราว 6.42% และสุขภาพ/ความงามราว 8.56% โดยรวมอยู่ในช่วง 5.35-11.77% บวกค่าธุรกรรม 3.21% และค่าโครงสร้างพื้นฐานคงที่ 1.07 บาทต่อออเดอร์ ทั้งนี้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 ธุรกิจท้องถิ่นขนาดเล็กที่เข้าเกณฑ์จะได้ส่วนลดค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม 1.07% เพื่อช่วยพยุงต้นทุนในช่วงเริ่มต้น (flowaccount.com)
ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่ตัวคอมมิชชันอย่างเดียว ทั้งสามแพลตฟอร์มยังมีค่าบริการเสริมที่ร้านค้าเลือกเข้าร่วมได้ ซึ่งถ้าเข้าร่วมก็จะโดนหักเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง เช่น โปรแกรมส่งฟรี โปรแกรมคืนเหรียญให้ลูกค้า หรือแพ็กเกจพรีเมียมที่แลกกับสิทธิ์โปรโมตสินค้า อัตราที่แน่นอนแตกต่างกันไปตามแพลตฟอร์มและหมวดสินค้า แนะนำให้เช็คจาก Seller Center ของแต่ละแพลตฟอร์มโดยตรงก่อนเข้าร่วม เพราะอัตรามีการปรับเปลี่ยนบ่อยในปีนี้
สิ่งเหล่านี้ทำให้ร้านที่มียอดขายเท่าเดิมแต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมมากขึ้น กำไรจึงลดลงอย่างไม่รู้ตัว แม้จะไม่มีการปรับราคาสินค้าเลยก็ตาม
เจ้าของร้านค้าออนไลน์ที่อยากรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ ควรเริ่มจากเช็คอัตราค่าธรรมเนียมจริงของร้านตัวเองในแต่ละแพลตฟอร์ม แล้วค่อยวางกลยุทธ์ต่อ ไม่ใช่ปรับราคาขายหรือย้ายสัดส่วนออเดอร์ทันทีโดยไม่รู้ตัวเลขที่แท้จริง
วิธีคำนวณกำไรสุทธิที่แท้จริงหลังหักค่าคอม + VAT + ค่าขนส่ง
เจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการประเมินกำไรจริงต้องเริ่มจากยอดขายรวม แล้วหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมขายของออนไลน์ 2569 ที่เพิ่มขึ้นในปี 2026 รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และค่าขนส่งที่ต้องจ่ายให้พาร์ทเนอร์หรือผู้ให้บริการ
ขั้นตอนการคำนวณที่แม่นยำ
- ยอดขายรวม (Revenue): ยอดที่ลูกค้าชำระให้กับธุรกิจ ไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือภาษี
- หักค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม: รวมค่าคอมมิชชันและค่าธุรกรรมของ Shopee/Lazada/TikTok Shop ตามที่สรุปไว้ข้างต้น โดยรวมแล้วอาจอยู่ในช่วง 10-20% ของยอดขาย ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้าและประเภทร้าน (khummai.com)
- หัก VAT: ภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายไทยอยู่ที่ 7% โดยคำนวณจากมูลค่าสินค้า/บริการ
- หักค่าขนส่ง: ต้นทุนส่วนนี้แตกต่างกันมากตามน้ำหนัก ระยะทาง และผู้ให้บริการขนส่งที่เลือกใช้ จึงไม่มีตัวเลขเปอร์เซ็นต์ตายตัวที่ใช้ได้กับทุกร้าน แนะนำให้คำนวณจากค่าขนส่งจริงต่อออเดอร์ของธุรกิจตัวเอง แทนการประมาณเป็น % คงที่
ตัวอย่างการคำนวณแบบคร่าวๆ
หากยอดขายรวม 100,000 บาท ค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์มคิดในช่วงกลางๆ ของอัตราที่พบจริง เช่น 15% (15,000 บาท) VAT 7% (7,000 บาท) และค่าขนส่งจริงของร้าน (สมมติ 10,000 บาทต่อรอบคำนวณนี้) กำไรสุทธิก่อนต้นทุนสินค้าจะเหลือราว 100,000 - 15,000 - 7,000 - 10,000 = 68,000 บาท ตัวเลขค่าคอมมิชชันและค่าขนส่งในตัวอย่างนี้เป็นการสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด เจ้าของร้านควรแทนด้วยอัตราจริงของแพลตฟอร์มและผู้ให้บริการขนส่งที่ใช้อยู่
ความสำคัญของการคำนวณที่ถูกต้อง
การหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดช่วยให้เห็นภาพกำไรจริง ไม่ใช่แค่ยอดขายที่ดูดี ซึ่งอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาด เช่น ตัดสินใจขยายธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริง หรือประเมินประสิทธิภาพของสินค้าที่ไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
กลยุทธ์เพิ่มกำไรจากต้นทุน
- ตรวจสอบอัตราค่าคอมมิชชันของแต่ละแพลตฟอร์มเป็นระยะ เพราะมีการปรับขึ้นหลายรอบในปีนี้ และเปรียบเทียบว่าแพลตฟอร์มไหนคุ้มค่ากับหมวดสินค้าของเรามากกว่า
- หาวิธีลดค่าขนส่ง เช่น รวมออเดอร์ต่อรอบจัดส่ง หรือเจรจาเรทกับผู้ให้บริการขนส่งเมื่อปริมาณออเดอร์มากขึ้น
- วางแผนการตลาดที่เพิ่มยอดขายโดยไม่เพิ่มต้นทุนตามสัดส่วน เช่น ใช้โปรโมชันที่มีผลตอบแทนคุ้มค่า ไม่ใช่โปรโมชันที่กินค่าธรรมเนียมเสริมเพิ่ม
การคำนวณกำไรที่แม่นยำจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น ไม่ใช่แค่ดูยอดขายแต่ละเดือน แต่ต้องมองภาพรวมของต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืน
กลยุทธ์ปรับราคาขายและย้ายสัดส่วนออเดอร์ข้ามแพลตฟอร์มโดยไม่เสียลูกค้า
เจ้าของธุรกิจที่ต้องการย้ายสินค้าข้ามแพลตฟอร์ม เช่น ย้ายจาก Facebook Marketplace ไป Shopee หรือ Lazada อาจพบปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงราคาหรือประสบการณ์ที่แตกต่าง ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าสูญเสียความไว้วางใจ กลยุทธ์ที่ช่วยให้การย้ายสัดส่วนออเดอร์เป็นไปได้อย่างราบรื่น ต้องเริ่มจากวางแผนราคาที่แม่นยำ และสร้างประสบการณ์ที่สม่ำเสมอทั้งแพลตฟอร์ม
การปรับราคาขายข้ามแพลตฟอร์มต้องคำนวณค่าธรรมเนียมขายของออนไลน์ 2569 ที่แตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์มให้ชัดก่อน เพราะอัตราค่าคอมมิชชันของ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ไม่เท่ากันในแต่ละหมวดสินค้าอย่างที่สรุปไว้ข้างต้น แต่การเพิ่มราคาเกินเกณฑ์ที่เหมาะสมอาจทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกเอาเปรียบ ตัวอย่างเช่น ร้านค้าที่ย้ายสินค้าจาก Facebook Marketplace ไป Shopee อาจเพิ่มราคาเล็กน้อยเพื่อคุ้มค่าค่าธรรมเนียม พร้อมกับสื่อสารว่า "ราคาสูงขึ้นเพราะค่าธรรมเนียม" อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกหลอก
กลยุทธ์ที่ทำให้ลูกค้า "ไม่รู้สึกว่าถูกย้าย"
การย้ายสัดส่วนออเดอร์ข้ามแพลตฟอร์มควรทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น ใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อส่งสินค้าไปยังแพลตฟอร์มที่มีค่าธรรมเนียมเหมาะสมกว่า แต่สื่อสารเงื่อนไขการจัดส่งให้เหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม หรือใช้บริการจัดส่งแบบมีค่าใช้จ่ายคงที่ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลกับความล่าช้า
การย้ายออเดอร์ข้ามแพลตฟอร์มต้องไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกแยกออกจากแบรนด์ ตัวอย่างเช่น ใช้ระบบแชทบอทที่เชื่อมต่อกับทุกแพลตฟอร์ม เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อได้ตลอดเวลา หรือใช้ระบบจัดการสินค้าแบบเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่า "สินค้าที่ซื้อจากทุกแพลตฟอร์มมีคุณภาพและบริการเดียวกัน" แม้จะมีการจัดการสินค้าข้ามแพลตฟอร์ม
ตัวอย่างที่เจาะลึก: ร้านค้าที่ย้ายออเดอร์ข้ามแพลตฟอร์มได้โดยไม่สูญเสียลูกค้า
ร้านค้าออนไลน์ที่ขายเครื่องประดับ ตัดสินใจย้ายสินค้าจาก Facebook Marketplace ไป Shopee เพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น แม้ต้องแบกรับค่าธรรมเนียมขายของออนไลน์ 2569 ที่สูงขึ้น ร้านเลือกเพิ่มราคาเล็กน้อยและสื่อสารว่า "ราคาสูงขึ้นเพราะค่าธรรมเนียม" พร้อมกับใช้บริการจัดส่งที่มีค่าใช้จ่ายคงที่ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าค่าใช้จ่ายไม่เปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์คือลูกค้ารู้สึกถูกดูแลและไม่สูญเสียความไว้วางใจในแบรนด์
การปรับราคาและย้ายสัดส่วนออเดอร์ข้ามแพลตฟอร์มต้องพิจารณาทั้งต้นทุนและประสบการณ์ลูกค้าอย่างรอบคอบ ถ้าคุณกำลังมองหาแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ลองเริ่มจากวางแผนราคาที่เหมาะสมและสร้างประสบการณ์ที่สม่ำเสมอทั้งแพลตฟอร์ม คุณอาจพบว่าลูกค้าไม่ได้สูญเสียความไว้วางใจ แต่กลับรู้สึกว่าถูกดูแลอย่างดีจากแบรนด์ของคุณ
เมื่อไหร่ควรลดพึ่งมาร์เก็ตเพลสแล้วหันไปสร้างช่องทางขายตรงของตัวเอง
เจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ใช้แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสเป็นหลักอาจพบว่า ค่าธรรมเนียมขายของออนไลน์ 2569 ที่จ่ายให้แพลตฟอร์มเริ่มกัดกินกำไรอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อยอดขายรายเดือนสูงขึ้นจนค่าธรรมเนียมรวมแตะระดับ 10-20% ของยอดขายตามที่สรุปไว้ข้างต้น ตัวอย่างสมมติ: ร้านค้าที่ขายสินค้ามูลค่า 2 ล้านบาทต่อเดือน หากโดนหักค่าธรรมเนียมรวมที่ 20% จะเท่ากับเสียไป 400,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ควบคุมไม่ได้เพราะขึ้นกับนโยบายแพลตฟอร์ม ถ้าไม่ต้องการให้กำไรลดลงแบบนี้ การสร้างช่องทางขายตรงของตัวเองจึงเป็นทางเลือกที่จำเป็น
ตัวอย่างที่เจาะลึก: ลดค่าธรรมเนียมด้วยการสร้างเว็บไซต์ส่วนตัว
ร้านค้าที่ขายเครื่องประดับออนไลน์บน Lazada อาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรวม 15-20% ของยอดขาย แต่เมื่อสร้างเว็บไซต์ส่วนตัวและใช้ระบบรับชำระเงินออนไลน์ของธนาคารหรือผู้ให้บริการ Payment Gateway โดยตรง ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายจะลดลงเหลือราว 2.5-3.65% สำหรับบัตรเครดิต/เดบิต และต่ำกว่า 2% สำหรับ QR Code/PromptPay (flowaccount.com) พร้อมกับมีข้อมูลลูกค้าที่เป็นเจ้าของได้เต็มตัว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและเพิ่มโอกาสในการขายซ้ำ
ข้อควรระวัง: ต้องเตรียมระบบรองรับการขายแบบตรง
การเปลี่ยนช่องทางขายไม่ใช่แค่การสร้างเว็บไซต์ แต่ต้องมีระบบจัดการสินค้า บริการลูกค้า และการชำระเงินที่พร้อมใช้งาน ตัวอย่างเช่น ร้านค้าที่ย้ายมาขายตรงต้องมีทีมงานตอบคำถามลูกค้า หรือใช้ AI Chatbot เพื่อตอบคำถามสต็อก/การจัดส่ง ซึ่งช่วยลดภาระงานด้านบริการลูกค้า แต่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย PDPA ว่าการเก็บข้อมูลลูกค้าต้องได้รับ consent และสามารถลบข้อมูลตามคำขอได้
การลดพึ่งมาร์เก็ตเพลสจึงเป็นขั้นตอนที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่การตัดสินใจแบบฉุกเฉิน แต่เป็นการลงทุนเพื่อควบคุมต้นทุนและสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจในระยะยาว
บทสรุป
ค่าคอมมิชชันมาร์เก็ตเพลสไทยขยับขึ้นหลายรอบในปีเดียว ทำให้ร้านค้าที่ขายเท่าเดิมต้องเผชิญกับกำไรหายเงียบๆ โดยไม่ได้รับการแจ้งเตือนแต่อย่างใด ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นการทดสอบว่าธุรกิจของคุณพร้อมรับมือกับความท้าทายได้หรือไม่ ถ้าปล่อยให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่ปรับกลยุทธ์ กำไรอาจหายไปอย่างเงียบๆ ขณะที่คู่แข่งที่เตรียมตัวดีกว่ากำลังขยายตัว อย่าปล่อยให้ต้นทุนขึ้นไปก่อนกำไร
คำถามที่พบบ่อย
ค่าธรรมเนียมที่ขึ้นปี 2569 มีผลย้อนหลังกับออเดอร์เก่าไหม?
ไม่มีผลย้อนหลัง ค่าธรรมเนียมใหม่เริ่มใช้ตามวันที่แต่ละแพลตฟอร์มประกาศ สำหรับออเดอร์ที่เกิดขึ้นหลังวันที่มีผลบังคับใช้เท่านั้น
แพลตฟอร์มไหนค่าธรรมเนียมรวมถูกที่สุดตอนนี้?
ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้าของร้านแต่ละร้าน เพราะอัตราค่าคอมมิชชันของ Shopee, Lazada และ TikTok Shop แตกต่างกันตามหมวดสินค้าและประเภทร้าน (ทั่วไปหรือ Mall) แนะนำให้เทียบอัตราจริงของหมวดสินค้าตัวเองจาก Seller Center ของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจ
ร้านเล็กยอดขายน้อยยังได้ส่วนลดค่าธรรมเนียมอยู่ไหม?
มีบางแพลตฟอร์มที่ให้ส่วนลดสำหรับธุรกิจท้องถิ่นขนาดเล็กที่เข้าเกณฑ์ เช่น TikTok Shop ที่ให้ส่วนลดค่าคอมมิชชัน 1.07% สำหรับร้านที่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด โดยเงื่อนไขและอัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรเช็คจากแพลตฟอร์มโดยตรง
แหล่งอ้างอิง
- flowaccount.com — อัปเดตค่าธรรมเนียม Shopee, Lazada, TikTok Shop ปี 2569
- afterfee.com — ค่าธรรมเนียม Lazada ขึ้น 1 ส.ค. 2569/2026
- khummai.com — ค่าธรรมเนียมขายออนไลน์ 2569 ล่าสุด ทุกแพลตฟอร์ม
- seller-th.tiktok.com — ค่าธรรมเนียมผู้ขาย TikTok Shop
- flowaccount.com — เทียบค่าธรรมเนียม Payment Gateway
หากคุณกำลังวางแผนขายของออนไลน์ 2569 หรือมีข้อสงสัยเรื่องค่าธรรมเนียม ลองคุยด้วยกันได้เลย


