แฮกเกอร์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนโจมตีระบบไซเบอร์เพิ่มขึ้น 5 เท่าใน 3 เดือนที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มผู้โจมตีเชื่อมโยงกับรัฐอิหร่าน เกาลีเหนือ และกลุ่มรัสเซียเป็นผู้ดำเนินการ ข้อมูลระบุว่าการโจมตีใช้โมเดล LLM แบบ open-weight ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการโจมตีและหลบเลี่ยงการตรวจสอบ กลุ่มแฮกเกอร์เปลี่ยนกลยุทธ์โดยผสมผสาน AI กับบล็อกเชน ทำให้การตรวจจับซับซ้อนขึ้น นักวิเคราะห์ชี้การโจมตีนี้เป็นสัญญาณของความก้าวหน้าทางเทคนิคของแฮกเกอร์ที่ใช้ทรัพยากร AI ในการโจมตีแบบทันสมัย องค์กรทั่วโลกต้องเผชิญความเสี่ยงจากการโจมตีที่ใช้บล็อกเชนเป็นช่องทางหลัก โดยเฉพาะบริษัทที่มี API หรือฐานข้อมูลเปิดเผย ซึ่งอาจถูกใช้เป็นจุดเข้าถึงสำหรับการขโมยข้อมูลหรือปล่อยไวรัสแบบกระจาย ผลกระทบอาจส่งผลต่อความมั่นคงของระบบไซเบอร์ระดับโลกในระยะยาว ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการโจมตีที่ใช้ LLM แบบ open-weight ช่วยให้แฮกเกอร์สร้างเนื้อหาปลอมได้ง่ายขึ้น ทำให้การป้องกันมีความท้าทายมากขึ้น การโจมตีบล็อกเชนสะท้อนการพัฒนาของกลุ่มแฮกเกอร์ที่เล็งใช้ AI ในการโจมตีแบบทันสมัย ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงวิธีการรักษาความปลอดภัยขององค์กรทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้บริษัทที่มีระบบเปิดเผยเพิ่มการตรวจสอบและอัปเดตมาตรการป้องกันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หน่วยงานรัฐต้องเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อติดตามแหล่งที่มาของแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาล
สรุปด้วย MAF Local AI · เนื้อหาต้นฉบับเป็นของแหล่งข่าว