กลุ่มแฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ FortiOS (CVE-2025-61624) แพร่ไวรัส PEERSTITCH ที่หลบการตรวจจับได้โดยสื่อสารผ่านกระบวนการถูกต้อง หลังเจาะระบบผ่านช่องโหว่ FortiJump (CVE-2024-47575) ของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ดักข้อมูลเครือข่ายและตั้งเซสชัน SSL/VPN ผิดกฎหมายเพื่อควบคุมอุปกรณ์ FortiGate มากกว่า 500 เครื่อง ไวรัสไม่เก็บไฟล์บนฮาร์ดดิสก์และไม่เปิดพอร์ตฟังรับ แต่ใช้เทคนิคจัดการหน่วยความจำแบบ real-time แทรกโค้ดในกระบวนการ miglogd และ iked ของ FortiOS ทำให้หลบการตรวจจับของระบบความปลอดภัย การโจมตีมีขั้นตอนหลายขั้น ตั้งแต่เข้าถึงระบบผ่านช่องโหว่ FortiJump จนถึงการดึงข้อมูลการตั้งค่าเครือข่ายและคีย์เข้ารหัสจากอุปกรณ์ที่ถูกเจาะ รวมถึงแผนที่เครือข่ายและรายชื่อ IP ของอุปกรณ์ทั้งหมด แฮกเกอร์ใช้ C2 ที่ใช้ Apache mod_md บน FortiGate เพื่อตั้งเซสชัน SSL/VPN ผิดกฎหมายและสร้างช่องทางควบคุมระยะยาว ไวรัส PEERSTITCH ใช้ C สร้างไฟล์ ARM64 พร้อมสคริปต์อัตโนมัติดาวน์โหลดส่วนประกอบจากเซิร์ฟเวอร์ภายนอก ได้แก่ pM.js, a.js, a.wasm, b.js และ dd ซึ่งช่วยตั้งค่าระบบและจัดการการโจมตี แม้ช่องโหว่ CVE-2025-61624 ถูกปิดตั้งแต่เมษายน 2026 แต่แฮกเกอร์ยังใช้ประโยชน์จากมันได้หลังอัปเดต สะท้อนความสำคัญของความปลอดภัยในระบบปฏิบัติการที่ใช้ในเครือข่ายขนาดใหญ่
สรุปด้วย MAF Local AI · เนื้อหาต้นฉบับเป็นของแหล่งข่าว