SCN Global Flow Monitor ใช้ข้อมูลการค้าน้ำมันดิบจริงจาก UN Comtrade 2025 จำลองสถานการณ์ปิดอ่าวฮอร์มุซ วิเคราะห์ผลกระทบต่อราคาตลาดและสต็อกฉุกเฉิน โดยใช้โมเดลการเคลียร์เครือข่ายแบบฟลูอิด-สโตแคสติก (fluid-stochastic network clearing) พร้อมทฤษฎี Skorokhod พบว่าหากปิดช่องทางขนส่งทางทะเลมากกว่า 60% ราคาตลาดอาจเพิ่มขึ้นถึง 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สต็อกฉุกเฉินของประเทศนำเข้าอาจลดลง 40% ภายใน 26 สัปดาห์ ผลการวิจัยแบ่งสถานการณ์เป็น 3 แบบ ได้แก่ 1) สถานการณ์ประวัติศาสตร์ (70% ความรุนแรง 12 สัปดาห์) 2) ความรุนแรงสูง (30% ความรุนแรง 26 สัปดาห์) และ 3) ทดสอบความเครียดสูงสุด (10% ความรุนแรง 52 สัปดาห์) แม้ลดความจุขนส่งทางทะเล 30% ปริมาณการขนส่งอาจลดลง 40% แม้ในสถานการณ์ที่มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์และอุปทานต่ำ (0.10) ทั้งนี้ โมเดลไม่ได้คำนวณนโยบายการจัดสรรสินค้า แต่ใช้การไหลของสต็อกตามกลไกทางกายภาพ การจำลองไม่รวมการค้าที่ถูกคว่ำบาตรหรือไม่รายงาน พร้อมระบุว่าผลการวิจัยเป็นการทดสอบความเครียด (stress test) ไม่ใช่การพยากรณ์ โมเดลยังใช้โครงสร้างพื้นฐานทดแทน เช่น ท่อส่งน้ำมัน East–West และ Habshan–Fujairah สำหรับอ่าวฮอร์มุซ แต่ไม่ได้คำนวณการควบคุมสินค้า (rationing policy) ซึ่งสต็อกฉุกเฉินจะลดลงตามกลไกทางกายภาพ
สรุปด้วย MAF Local AI · เนื้อหาต้นฉบับเป็นของแหล่งข่าว