MnesticDB ฟอร์ก CozoDB ซึ่งเคยหยุดพัฒนาในเดือนธันวาคม 2024 ออกฟีเจอร์ bitemporal provenance แยก tracking valid time (เวลาที่ข้อเท็จจริงเป็นจริง) และ transaction time (เวลาที่ฐานข้อมูลรับรู้ข้อเท็จจริง) เพื่อสร้าง memory สำหรับ agent ที่สามารถ time travel ย้อนดูข้อมูลในอดีตได้ พร้อมระบบ semiring framework ที่ช่วยประเมินความน่าเชื่อถือของ derivation ได้ชัดเจนขึ้น โดยทีมพัฒนาอธิบายว่าการใช้ semiring framework ช่วยให้ agent ตัดสินใจแม่นยำขึ้นโดยไม่สูญเสียข้อมูลเชิงลึกจาก history ของระบบ ระบบยังเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการยกเลิก query แบบ real-time และปรับลำดับ join ด้วย LLM ที่เพิ่มความเสถียรของ performance ถึง 30% พร้อมเปิด source code แบบ open-source ภายใต้ MIT license MnesticDB ยังคงรักษา vision ของ CozoDB ในการสร้าง 'Hippocampus for AI' หรือ memory สำหรับ agent ที่ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงในเวลาและสามารถตรวจสอบได้ ฟีเจอร์หลักคือการใช้ monotone commit clock ที่รับประกันความถูกต้องของ transaction time แม้เกิดการ crash รวมถึงการนำ semiring framework มาใช้เพื่อให้สามารถคำนวณค่าเช่น existence, cost, confidence ได้โดยไม่ต้องพัฒนาระบบติดตามเฉพาะแอปพลิเคชัน ทำให้การดึงข้อมูลเช่น min_cost_k ไม่เพียงแสดงคำตอบ แต่ยังแสดง derivation ที่สนับสนุนคำตอบพร้อม chain ของ evidence ที่เกี่ยวข้อง
สรุปด้วย MAF Local AI · เนื้อหาต้นฉบับเป็นของแหล่งข่าว