นักวิจัยความปลอดภัย พาต วาร์ดล์ พบช่องโหว่ในแอป Muse ของ Meta ที่ทำให้แฮกเกอร์สามารถเปลี่ยนเสียงพูดของผู้ใช้งานไปส่งยังเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองได้ โดยไม่ต้องเข้าถึงระบบโดยตรง ช่องโหว่นี้เกิดจากการตั้งค่าซ่อนเร้นที่ควบคุมการส่งคำพูดไปยัง Meta ผู้ใช้งานที่มี Muse ติดตั้งอยู่อาจถูกแฮกเกอร์ใช้เป็นทางเข้าระบบเพื่อควบคุมแอป ดักข้อมูล และสั่งงานในอุปกรณ์ได้ แฮกเกอร์สามารถใช้เทคนิค ClickFix หลอกผู้ใช้งานให้รันคำสั่งเดียวโดยไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรม ทำให้แอป Muse กลายเป็นช่องทางเข้าสู่ระบบผู้ใช้ได้ แม้ Muse จะใช้ระบบคลาวด์แยกข้อมูลแต่ละคน แต่ช่องโหว่นี้อยู่ในแอป Mac ทำให้แฮกเกอร์ใช้สิทธิ์ที่ผู้ใช้งานให้ไว้ได้โดยตรง นักวิจัยชี้ว่า Meta สร้างช่องโหว่นี้จากการออกแบบระบบพูดที่ส่งเสียงไปยังเซิร์ฟเวอร์ แทนที่จะใช้ระบบ Apple ที่ปลอดภัยกว่า ข้อผิดพลาดนี้ไม่ทำลายระบบคลาวด์ของ Meta แต่เป็นจุดอ่อนในแอป Muse ที่อาจทำให้แฮกเกอร์ควบคุมแอปและดักข้อมูลผู้ใช้ได้ ตัวอย่างการโจมตีแสดงให้เห็นว่าแฮกเกอร์สามารถสั่ง Muse บน iPhone รายงานตำแหน่ง ทำ Bluetooth scan และควบคุมอุปกรณ์ได้ แม้ Muse จะไม่ส่งข้อความโดยตรง แต่ยังสามารถดักข้อมูลและใช้สิทธิ์ที่ผู้ใช้ให้ไว้ได้
สรุปด้วย MAF Local AI · เนื้อหาต้นฉบับเป็นของแหล่งข่าว