OpenAI ปรับระบบเก็บข้อมูลใน ChatGPT ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 หลังจากเปลี่ยนจากข้อมูลหายไปแบบ Snapchat เป็นเก็บข้อมูลถาวร ผู้ใช้ต้องลบไฟล์เอง พร้อมเปิดระบบคลาวด์พรีเมียมในพฤษภาคม จำกัดพื้นที่เก็บข้อมูลตามระดับสมาชิก ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงสูญเสียข้อมูลหากไม่จัดการลบ ระบบปัจจุบันไม่รองรับการลบเฉพาะส่วน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น 'dark pattern' ที่บังคับให้ผู้ใช้ยอมรับการเก็บข้อมูลตามใจบริษัท การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อผู้ใช้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือธุรกิจที่ต้องการควบคุมข้อมูลลูกค้า ขณะที่บริษัทเช่น OneDrive และ iCloud ใช้กลยุทธ์เชิงพาณิชย์ดึงให้ผู้ใช้จ่ายเงินเพิ่มแทนการจัดการข้อมูลเอง ทำให้ผู้ใช้ต้องพึ่งพาการจัดการของระบบมากขึ้น ระบบปัจจุบันไม่รองรับการลบข้อมูลแบบเลือกเฉพาะ ทำให้การจัดการข้อมูลยุ่งยาก ผู้ใช้ต้องตัดไฟล์ที่ไม่จำเป็นเอง ขณะที่ OpenAI ใช้กลยุทธ์เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยการเก็บเงิน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการบังคับให้ผู้ใช้ยอมรับการเก็บข้อมูลถาวร ผู้ใช้ที่ไม่ต้องการเสี่ยงกับข้อมูลจำนวนมากอาจตัดสินใจลบบัญชีทั้งหมดเพื่อเริ่มใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่สมดุลระหว่างการจัดการข้อมูลส่วนตัวกับความสะดวกของระบบ
สรุปด้วย MAF Local AI · เนื้อหาต้นฉบับเป็นของแหล่งข่าว