งานวิจัยจาก NBER ปี 2026 พบว่า AI ช่วยลดช่องว่างความรู้ระหว่างกลุ่มผู้เรียนระดับสูง-ต่ำลง 3/4 โดยการให้ผู้เรียนโต้ตอบกับ AI แบบเรียลไทม์ แทนการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โครงการในไนจีเรียรายงานว่า AI ช่วยให้เด็กหญิงพัฒนาความรู้ได้มากกว่าเดิม 1.5-2 ปี อย่างไรก็ตาม งานวิจัยจาก Wharton ชี้ว่าการให้ AI ตอบคำถามโดยตรงอาจทำให้ผู้เรียนลดทักษะการคิดวิเคราะห์ จึงแนะนำให้ใช้ AI แบบมีการควบคุม ให้เป็นเครื่องมือฝึกฝน ไม่ใช่แหล่งคำตอบสุดท้าย บทความสรุปว่า AI ควรเป็น 'ครูผู้ช่วย' ที่ช่วยฝึกทักษะ ไม่ใช่แค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ งานวิจัยจาก NBER ใช้ตัวอย่าง 1,174 ผู้เข้าร่วม พบว่า AI ช่วยให้ผู้เรียนระดับต่ำพัฒนาทักษะได้เทียบเท่ากลุ่มระดับสูง ขณะที่โครงการในไนจีเรียใช้ AI คู่กับครู ช่วยเพิ่มผลการเรียน 0.3 ดีไวเดชัน ซึ่งเทียบเท่ากับการเรียนเพิ่ม 1.5-2 ปี งานวิจัยจาก Wharton พบว่าการใช้ AI แบบให้คำตอบโดยตรงทำให้ผู้เรียนลดทักษะการคิดวิเคราะห์ แต่เมื่อปรับใช้ AI แบบให้คำใบ้และควบคุมโดยครู ผลลัพธ์ดีขึ้น 30%
สรุปด้วย MAF Local AI · เนื้อหาต้นฉบับเป็นของแหล่งข่าว